Volver : ด้วยหัวใจ...ดอกไม้เหล็ก
posted on 20 Feb 2007 22:46 by lydiiaz in MovieReview
แสบทั้งเรื่อง เจ็บทุกช็อต แค่สีโปสเตอร์ก็เจ็บแล้ว
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานลำดับที่ 17 ของผู้กับกับชาวสเปนชื่อดังระดับโลก
"เปโดร อัลโมโดวาร์" เจ้าของรางวัลออสการ์ถึงสองเรื่อง
จากภาพยนตร์เรื่อง All About My Mother ปี 1999
ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ซึ่งยังกวาดรางวัลอื่น ๆ ไปอีก 45 รางวัล
และภาพยนตร์เรื่อง Talk To Her ปี 2002 ในสาขาบทดั้งเดิมยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์เรื่อง Bad Education
ได้รับรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจากสถาบันนักวิจารณ์นิวยอร์ค
สำหรับนักแสดงเอง ก็ได้รับรางวัลกันไปแล้ว
จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 59
สาขารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ทีมนักแสดงหญิงทั้ง 6 คน
1.เพเนโลเป้ ครูซ (Penélope Cruz)ในบท ไรมุนด้า (Raimunda) -
ดาราสาวสวยทรงสเน่ห์คนนี้ เห็นทีไรก็นึกถึง Woman on Top ทุกที
Bandidas, Sahara ได้รับรางวัลโกย่า สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม
จากเรื่อง The Girl Of Your Dreams
ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จากสถาบันภาพยนตร์ยุโรป
หรือ รางวัล พีเพิ้ล ช้อยส์ และ หนังสือพิมพ์นิวส์ยอร์คไทม์
เลือกให้เป็นนักแสดงหญิงที่ดีที่สุดแห่งปี จากเรื่อง Dont Move
2.คาร์เมน มัวร่า (Carmen Maura)ในบท ไอรีน (Irene) -
เธอคือ ราชินีหนังตลกของแมดริด ได้รับรางวัลโกย่า,
รางวัลเดอะ คีค, รางวัลยูโรเปี้ยนฟิล์ม สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม
จากเรื่อง Women On The Verge Of A Nervous Breakdown,
Ay, Carmela ได้รับทั้งรางวัลโกย่า และรางวัลยูโรเปี้ยน ฟิล์ม
สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม และเรื่อง La Comunidad
ได้รางวัลเปลือกหอยเงิน(เทศกาลภาพยนตร์ซานเซบาสเตียน)
และรางวัลโกย่าสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม
3.โลล่า ดูนาส (Lola Dueñas)ในบท โซเล่ (Sole) -
Talk To Her, The Sea Inside ได้รับรางวัลโกย่า
สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม และรางวัลนักแสดงสมทบหญิง
จากสมาคมนักแสดงและสมาคมเขียนบทภาพยนตร์
ยังเคยได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์ทูลูส
และรางวัลนักแสดงมีฝีมือจากสามคมนักแสดงสเปน จากเรื่อง Mensaka
4.บลันก้า พอร์ทิลโล (Blanca Portillo)
ในบท ออกุสติน่า (Agustina) - เข้าชิงรางวัลโกย่า
สาขานักแสดงมากฝีมือ จากเรื่อง El color de las nubes
5.โยฮาน่า โคโบ (Yohana Cobo) ในบท พอลล่า (Paula) -
La vida mancha, El soptimo dia
6.ชรุยส์ แลมพรีฟ (Chus Lampreave) ในบท ป้าพอลล่า (Tía Paula)
Volver กวาดรางวัลมากมายจากเทศกาลภาพยนตร์ต่าง ๆ ดังนี้
1. เทศกาลภาพยนตร์ยุโรป หรือ ยูโรเปี้ยน ฟิล์ม อวอร์ด (อีเอฟเอ)
ปี 2006 ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ได้รับ 5 รางวัลได้แก่
รางวัลภาพยนตร์ยุโรปขวัญใจประชาชน, รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
เปโดร อัลโมโดวาร์, รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เพเนโลเป้ ครู๊ซ,
รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม, รางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
2. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 59
ประเทศฝรั่งเศส ปี 2006 ได้รับ 2 รางวัลได้แก่
รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เปโดร อัลโมโดวาร์ (Pedro Almodovar),
รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมนักแสดงหญิงทั้ง 6
3. ชนะเลิศ 2 รางวัล ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งฮอลลี่วู้ด
(บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม)
4. เทศกาล Fort Lauderdale International
Film Festival (FLIFF) ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
5. ถูกเลือกให้เป็นภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ
ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี โดยสมาชิกชมรมนักวิจารณ์แห่งชาติ
6. ถูกเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัล จากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์์วิทยุและโทรทัศน์
(ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม)
7. รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สายภาพยนตร์ที่น่าจับตามองที่สุด
ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ โตรอนโต้ ประเทศแคนนาดา
8. ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 64 ประจำปี 2006
ในสาขาภาพยนตร์ใช้ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และ
เข้าชิงในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทดราม่า เพเนโลเป้ ครู๊ซ
9. ตัวเก็งรางวัลออสการ์ (ประกาศผลวันที่ 25 ก.พ. 2550)
ได้รับการเสนอชื่อเป็นภาพยนตร์ 1 ใน 9 เรื่อง ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์
ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และ
รางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยม เพเนโลเป้ ครู๊ซ
*** เพเนโลเป้ ครู๊ซ กลายเป็นขวัญใจนักวิจารณ์
ซึ่งเชียร์การแสดงของเธอเป็นเหมือนส่วนผสมชั้นดีระหว่าง แอนนา แม็กนานิ,
โซเพีย ลอเรน และ คลอเดีย คาร์ดินัล รวมอยู่ในคนๆเดียวกันแห่งยุค ***
เปโดร อัลโมโดวาร์ กล่าวว่า VOLVER ในภาษาสเปน แปลว่า
การหวนกลับคืน ผมย้อนกลับไปยังรากเหง้าของผม และ เรื่องราวของแม่
ผมพยายามจะอ้างอิงจากชีวิต ความทรงจำ และครอบครัวของผมเป็นหลัก
ผมสนใจแต่ด้านบวกของประเทศสเปน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมมีประสบการณ์ในวัยเด็ก
ทำให้ผมต้องใช้เวลาในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้นานถึง 6 ปี
จริง ๆ แล้ว Volver แสดงให้เห็นถึงเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
หญิงโสดหรือหญิงหม้ายที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว สำหรับช่วงชีวิตสุดท้ายของพวกเธอ
ถือเป็น อินเดียน่า โจนส์ ฉบับครอบครัว สิ่งที่ยากที่สุดในเรื่องนี้คือ
การเขียนเรื่องย่อ ภาพยนตร์ของผมจะค่อยๆ เข้าถึงได้
คุณต้องสู้ต่อไปเพื่อทุก ๆ ฉาก ทุก ๆ เทค ทุก ๆ ภาพ และน้ำตาทุกหยด
ทำให้การเขียนสรุปเรื่องย่อด้วยประโยคไม่กี่ประโยคทำได้ยากมากยิ่งขึ้น
แต่โชคยังดี...ที่ความยากนี้ไม่มีผลกับงานของนักแสดง หรือทีมงานของผมเลย
เนื้อเรื่อง
ไรมุนด้า โซเล่ผู้เป็นน้องสาว และพอลล่า ลูกสาวของไรมุนด้า
กำลังนั่งรถกลับบ้าน หลังเดินทางไปเยี่ยมป้าพอลล่าที่เมืองลา แมนชา
ป้าพอลล่าอายุมากแล้ว เธอเลอะเลือน ตาบอด และเป็นอัมพาต
ใคร ๆ ก็รู้ว่าป้าพอลล่าคงอยู่ได้ไม่นาน แต่สิ่งที่ป้าพอลล่าทำได้
กลับสร้างความฉงนให้ไรมุนด้าเป็นอย่างมาก เพราะป้าพอลล่า
ได้เตรียมขนมโดนัทไว้ให้พวกเธอแล้วใส่ทัพเปอร์แวร์ไว้
เพื่อให้พวกเธอเอากลับบ้านติดมือไปด้วย เธอทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างไร
ในเมื่อตาของเธอมองไม่เห็น และสติก็ไม่ค่อยจะดี แถมยังขยับตัวไม่ได้อีก
ไรมุนด้าอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์เล็ก ๆ ในกรุงแมดริด
กับสามีที่ไม่เอาไหนชื่อ ปาโค่ และลูกสาวพอลล่า
ฐานะทางการเงินของครอบครัวไม่สู้ดีนัก ปาโค่เพิ่งถูกไล่ออกจากงาน
ไรมุนด้าจึงต้องไปทำงานรับจ้างเพิ่มขึ้น ส่วนปาโค่อยู่บ้านเฉย ๆ
เอาแต่ดื่มเบียร์และดูกีฬาทางโทรทัศน์
ด้วยความเครียดที่เพิ่มขึ้นทำให้ไรมุนด้าไม่มีอารมณ์จู๋จี๋กับปาโค่
ปาโค่ไม่พอใจ ขึงขืนใจสำเร็จความใคร่ที่ด้านหลังของไรมุนด้า
เธอได้แต่นอนนิ่งน้ำตาไหลและไม่พูดอะไร
พอลล่า ลูกสาววัยรุ่นของไรมุนด้า ชอบนั่งไม่ระวัง
บางทีก็เปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่ได้ปิดประตู ทำให้ปาโค่แอบมองเธอเป็นระยะ
วันอาทิตย์หนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ขณะไรมุนด้ากลับจากที่ทำงาน
เธอลงรถประจำทางมา พบว่าพอลล่ายืนรอเธออยู่ที่ป้ายรถ
เนื้อตัวเปียกไปหมด ไรมุนด้ารู้สึกว่าพอลล่าดูแปลก ๆ ไป
แต่ก็ไม่เอะใจมาก ทั้งคู่เดินกลับมายังอพาร์ทเมนต์
ไรมุนด้าถามพอลล่าว่าปาโค่อยู่ไหน พอลล่าตอบว่าเขาอยู่ในครัว
ไรมุนด้าเดินเข้าไปในครัว แล้วก็ต้องกรีดร้องดังลั่น
เพราะเธอพบปาโค่ในสภาพที่่กลายเป็นศพเสียแล้ว
พอลล่าตัวสั่นเมื่อเล่าว่าเธอกำลังทำอะไรสักอย่างในครัว
แล้วปาโค่ก็เข้ามาจากข้างหลัง รวบตัวเธอกอดไว้ แล้วบอกว่า
เขาไม่ใช่พ่อของเธอ ยอมเขาเสียเถอะ พอลล่าขู่ปาโค่ด้วยมีด
แต่เขาไม่เชื่อเธอ ไรมุนด้าปลอบพอลล่าและบอกให้เธอจำไว้ว่า
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม คนที่ฆ่าปาโค่คือไรมุนด้า
ขณะไรมุนด้ากำลังเช็ดคราบเลือดที่พื้นครัว
โทรศัพท์ก็ดัง พอลล่ารับสายและบอกแม่ของเธอว่า
น้าโซเล่ต้องการคุยด้วย ไรมุนด้ามารับสาย
แล้วก็ต้องพบเรื่องน่าตกใจอีกประการคือป้าพอลล่า
ที่เธอเทิดทูนขนาดตั้งชื่อลูกสาวตาม เสียชีวิตแล้ว
ทั้งนี้ออกุสติน่าเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามบ้านป้าพอลล่า
เป็นคนไปพบศพและโทรมาบอกโซเล่
ไรมุนด้าเสียใจมากแต่ไม่สามารถไปร่วมงานศพได้
เพราะต้องกำจัดศพของปาโค่ แต่เธอก็ไม่ได้บอกโซเล่
เธอบอกเพียงว่าโซเล่คงต้องไปงานศพป้าพอลล่าคนเดียว
โซเล่ที่กลัวผีรู้สึกกระวนกระวายใจ ไรมุนด้าปลอบเธอว่า
ออกุสติน่าจะช่วยจัดการเอง
หลังจากวางหูโทรศัพท์ไปไม่นาน เพื่อนของครอบครัวชื่อเอมิลิโอ้
ก็มาเคาะประตูห้องพอดี ไรมุนด้ารีบไปเปิดประตู
เอมิลิโอ้กำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เขามาหาปาโค่เพื่อฝากขายร้านอาหาร
ไรมุนด้าบอกเขาว่าปาโค่ออกไปทำงาน และเธอจะจัดการธุระนี้ให้เอง
ตกดึกคืนนั้น ไรมุนด้ากับพอลล่าช่วยกันลากศพปาโค่ไปตามถนน
จนถึงร้านอาหารของเอมิลิโอ้ ไรมุนด้าไขกุญแจที่เอมิลิโอ้ให้ไว้
แล้วเอาศพปาโค่ใส่ตู้แช่แข็งล็อคกุญแจไว้ เก็บไว้ชั่วคราว โดยไม่ให้ใครรู้ แม้กระทั่งพอลล่า
ตอนเช้าไรมุนด้ามาที่ร้านอาหารอีกครั้ง บังเอิญมีลูกค้าเข้ามาในร้าน
เขาเป็นคนของกองถ่ายภาพยนตร์ ต้องการหาคนจัดอาหารให้คนทั้งกอง
ไรมุนด้าโกหกไปว่านี่เป็นร้านอาหารของเธอ และเธออาสา
จะเตรียมอาหารให้คนในกองถ่ายเอง คนของกองถ่ายตกลง
และให้ค่าตอบแทนเธอสูงทีเดียว
ไรมุนด้าออกไปซื้อของมาทำอาหาร เธอเดินสวนกับเพื่อน ๆ
ในละแวกบ้าน และเอ่ยปากขอซื้อของสดต่อจากพวกเขา
พวกเขาให้ความช่วยเหลือเธอเป็นอย่างดี
ทำให้กิจการร้านอาหารแบบลับ ๆ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
จนกระทั่งมีลูกค้าต้องการซื้อร้านของเอมิลิโอ้ติดต่อเข้ามา
ไรมุนด้าต้องโกหกลูกค้าไปว่ามีคนจะซื้อร้านแล้ว เธอรีบโทรหาเอมิลิโอ้
และโกหกต่อไปว่าเธอไม่ไว้ใจลูกค้าคนนี้ เขาดูมีพิรุธ เธอจึงต้องโกหก
เอมิลิโอ้โกรธมาก ไรมุนด้าขอโทษและเล่าต่อว่าเธอไม่มีทางเลือก
ปาโค่ทิ้งเธอไปแล้ว เอมิลิโอ้เห็นใจและแอบสนใจเธอจึงไม่ว่าอะไรอีก
ทางด้านโซเล่ซึ่งเดินทางไปร่วมงานศพของป้าพอลล่า
อกสั่นขวัญแขวนจนถึงกับเห็นภาพหลอนแม่ของตัวเองในบ้านป้าพอลล่า
นอกจากนี้ยังได้ยินข่าวลือแปลก ๆ เกี่ยวกับวิญญาณแม่ของเธอ ไอรีน
บรรดาญาติ ๆ และคนที่มาในงานศพลือกันว่าไอรีนได้กลับมาจากอีกโลก
เพื่อดูแลป้าพอลล่าในช่วงที่เธอป่วย รวมทั้งยังเป็นคนเปิดประตูบ้านไว้
และเรียกออกุสติน่าให้มาพบศพของป้าพอลล่าด้วย ออกุสติน่าบอกว่า
บางครั้งคนตายจะกลับมาเมื่อมีเรื่องที่ยังค้างคาใจ
เมื่อโซเล่ขับรถกลับมาถึงบ้าน เธอได้ยินเสียงเคาะที่ท้ายรถ
และร้องเรียกชื่อของเธอ โซเล่ตกใจมาก เสียงนั้นบอกว่า
เป็นแม่ของเธอ โซเล่ยอมเปิดท้ายรถเสี่ยงดู และแล้วเธอก็พบ
วิญญาณแม่ของเธอในร่างคนนอนเบียดอยู่กับถุงใส่ข้าวของมากมาย
ผีไอรีนผู้เป็นแม่บอกว่าจะอยู่กับเธอและให้เธอช่วยขนของขึ้นห้องที
โซเล่มองผีไอรีน แล้วถามว่าจะอยู่นานเท่าไร ไอรีนตอบว่า
นานเท่าที่พระเจ้าประสงค์ ไอรีนขอให้โซเล่ช่วยย้อมผมหงอก
เมื่อเสริมสวยกันเสร็จแล้ว โซเล่ไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนัก
นอกจากปล่อยให้ผีแม่ของเธออยู่ด้วยและมีส่วนช่วย
ในกิจการร้านทำผมเถื่อนที่ห้องของเธอ โดยโกหกลูกค้าคนอื่น ๆ ว่า
แม่ของเธอคือหญิงจรจัดชาวรัสเซีย พูดภาษาสเปนไม่ได้
แต่ให้มาช่วยทำงาน และกินนอนในอพาร์ทเมนต์ด้วยความสงสาร
ไรมุนด้ารู้สึกว่าต้องเร่งทำอะไรสักอย่างกับศพของปาโค่ในตู้แช่
จึงพาพอลล่า (ลูกสาว) ไปฝากไว้ที่ห้องของโซเล่
โซเล่ตกใจและกลัวไรมุนด้าจะรู้ว่ามีผีแม่มาอาศัยอยู่
แต่ก็ปฏิเสธไม่สำเร็จ จึงต้องให้พอลล่ามาพักด้วยระยะหนึ่ง
วันนั้นไรมุนด้าจัดการเรียกเพื่อน ๆ มาช่วยขนตู้แช่ออกจากร้าน
โดยโกหกว่ามันเสียและต้องนำไปทิ้ง ไรมุนด้าจ้างหญิงคนหนึ่ง
เพื่อช่วยขับรถและขุดหลุมฝังตู้แช่ให้เธอโดยห้ามถามอะไรทั้งสิ้น
หญิงคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของคดีบางอย่างเข้าแล้ว
แต่ด้วยความมีน้ำใจ เธอก็ไม่ปล่อยให้ไรมุนด้าต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง
ไรมุนด้ากลับมารับพอลล่าที่บ้านของโซเล่ ตอนนั้นพอลล่า
รู้เรื่องของวิญญาณไอรีนที่กลับมาบนโลกเรียบร้อยแล้ว
ไรมุนด้าขอเข้าห้องน้ำที่ห้องโซเล่ เวลาเดียวกับที่ผีไอรีนกำลัง
สระผมให้ลูกค้าอยู่พอดี โซเล่ให้สัญญาณเตือน ไอรีนจึงไปแอบ
ระหว่างไรมุนด้าทำธุระส่วนตัว เธอก็ได้กลิ่นตด
เธอเล่าให้โซเล่ฟังว่ากลิ่นเหมือนตดของแม่เลย โซเล่จึงตัดสินใจ
เล่าเรื่องทั้งหมดที่ผีแม่ของพวกเธอได้กลับมาเพื่อมาทำเรื่องที่ยังคาใจ
เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้
ผีไอรีนกลับมาทำอะไร
ไรมุนด้าจะจัดการกับศพของปาโค่อย่างไร
ความลับจะแตกไหม
สถานการณ์บังคับให้พวกเธอต้องโกหกเพื่อเอาตัวรอด
ที่เหลือโปรดติดตามกันต่อเอง
แต่ดูจบละต้องขอบอกว่า
พวกเธอเข้มแข็งจริง ๆ!!!
(จะได้ดูมั้ย หนังเรื่องนั้น)
#1 By Imuya สาววิศวะรักงานศิลป์ on 2007-02-20 22:49